สถานการณ์ราคาต่อเนื่องในการกลับตัว! บิตคอยน์กลับมาที่ระดับ 7.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ กองทุน ETF ยังคงมีเงินไหลเข้า

บิทคอยน์ทะลุระดับ 74,000 ดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ 16 เมษายน ซึ่งต่อเนื่องจากแนวโน้มขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุเป็นเพราะนักลงทุนสถาบันกลับเข้ามาในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีด้วยเงินจำนวนมาก การขึ้นราคาครั้งนี้ได้รับแรงผลักดันจากความต้องการอย่างแข็งแกร่งจากสถาบันการเงินหลัก โดย ETF คริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลกมีการไหลเข้าเป็นสุทธิประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังคงมั่นใจ สภาพอารมณ์ตลาดได้เปลี่ยนเป็นเชิงบวกอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์ชี้ว่าความเป็นไปได้ที่บิทคอยน์จะทะลุ 80,000 ดอลลาร์อยู่ที่ 68% ในขณะที่ความเสี่ยงที่จะลดลงไปต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์มีเพียง 32% แนวโน้มเชิงบวกนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มตลาด เนื่องจากเทรดเดอร์ที่เคยถือสถานะขายในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนเป็นซื้อขึ้นอย่างกะทันหัน

บิทคอยน์ยังคงรักษาแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงวันที่ 16 ถึง 17 มีนาคม โดยวันที่ 16 มีนาคม ราคาปิดอยู่ที่ 74,759.51 ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันแตะที่ 74,873.34 ดอลลาร์ ขณะที่เช้าวันที่ 17 มีนาคม ราคาขึ้นไปแตะที่ 75,937 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคายังคงแข็งแกร่ง ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า ETF คริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ ที่เป็นแบบสด (spot ETF) มีการไหลเข้าเป็นสุทธิอีกกว่า 62 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังคงเข้าซื้อสะสม

แนวโน้มราคาบิทคอยน์สองวันต่อเนื่องจากการฟื้นตัวในสัปดาห์ก่อน จากภาพรวมของราคา บิทคอยน์ในรอบนี้เป็นการต่อยอดแนวโน้มการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ก่อน โดยวันที่ 15 มีนาคม ราคาปิดอยู่ที่ 72,789.91 ดอลลาร์ และวันที่ 16 มีนาคม ราคาปิดที่ 74,759.51 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 2.7% ในวันเดียว หลังจากนั้นในวันที่ 17 มีนาคม ราคายังคงปรับตัวขึ้นไปแตะที่ 75,937 ดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อระยะสั้นยังคงอยู่

จากจังหวะของตลาด สังเกตได้ว่าวันที่ 16 มีนาคมเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากแรงซื้อสะสมในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่วันที่ 17 มีนาคมเป็นการเดินหน้าต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าหลังจากสัปดาห์ก่อนที่ตลาดเริ่มฟื้นตัว ตลาดไม่ได้เผชิญกับแรงขายทำกำไรอย่างชัดเจน กลับกันยังคงทดสอบระดับราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

เงินทุน ETF ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ปัจจัยที่สนับสนุนการขึ้นของบิทคอยน์ในรอบนี้อย่างชัดเจนคือกระแสเงินทุนจาก ETF แบบสด (spot ETF) การเคลื่อนไหวของราคาในรอบนี้เป็นการต่อยอดแนวโน้มการไหลเข้าเงินทุนที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ก่อน โดยระหว่างวันที่ 9 ถึง 13 มีนาคม ETF คริปโตในสหรัฐฯ มีการไหลเข้าเป็นสุทธิในทุกวันทำการติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน รวมเป็นเงิน 763.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ในวันที่ 16 มีนาคม ETF ได้รับเงินไหลเข้าอีกกว่า 62 ล้านดอลลาร์ โดย Fidelity’s FBTC เป็นแหล่งเงินหลักที่รับเข้ามา 64.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายหลักในวันนั้น

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของบิทคอยน์ในวันที่ 16 ถึง 17 มีนาคมไม่ได้เป็นเพียงผลจากอารมณ์ตลาดเท่านั้น แต่ยังมีเงินทุนจากสถาบันที่ยังคงเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง สำหรับตลาดแล้ว การติดตามว่า ETF ยังคงมีการไหลเข้าเป็นสุทธิหรือไม่ จึงกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินความแข็งแกร่งระยะสั้นของบิทคอยน์

บิทคอยน์ยังอยู่ในช่วงการฟื้นฟู น่าสังเกตว่าแม้บิทคอยน์จะกลับมายืนเหนือระดับ 75,000 ดอลลาร์อีกครั้ง แต่แนวโน้มในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูมากกว่าจะกลับไปสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่ บิทคอยน์เคยแตะระดับ 73,927 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม และในวันที่ 17 มีนาคมก็ทะลุระดับ 75,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังฟื้นฟูมูลค่าที่เคยลดลงไป แต่เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 126,200 ดอลลาร์ ยังมีระยะห่างอยู่มาก

นั่นหมายความว่าการนิยามการฟื้นตัวในรอบนี้ของตลาดยังเน้นไปที่ “การฟื้นฟูเงินทุนและอารมณ์” มากกว่าจะเป็นการเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ นักวิเคราะห์ด้านเทคนิคเตือนว่าระดับ 75,000 ดอลลาร์ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้น หากบิทคอยน์สามารถทะลุและรักษาระดับนี้เป็นแนวรับได้ เป้าหมายถัดไปอาจอยู่ที่ 80,000 ดอลลาร์ หรืออาจไปถึง 84,000 ดอลลาร์ และบางนักวิเคราะห์เชื่อว่าหากโมเมนตัมยังคงสะสมต่อเนื่อง ก็มีโอกาสไปถึง 90,000 ดอลลาร์ได้เช่นกัน ในทางตรงกันข้าม หากไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านนี้ได้ ราคามีแนวโน้มจะร่วงลงอย่างรวดเร็วไปยังระดับ 64,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากระดับนี้ถูกทะลุลงไป ก็อาจเสี่ยงต่อการปรับตัวลงต่อไปอีก

ดูต้นฉบับ
news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น